แนะนำหนัง ONE PIECE FILM RED

30 August 2022
แนะนำหนัง ONE PIECE FILM RED

ONE PIECE เป็นเรื่องราวของ มังกี้ D ลูฟี่ เด็กหนุ่มที่ใฝ่ฝันจะเป็นราชาแห่งโจรสลัด เขาออกเดินทางเพื่อตามหา ONE PIECE ขุมทรัพย์ในตำนาน ในระหว่างที่เรือนั้นลูฟี่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ พบเจอกลุ่มเพื่อน และต่อสู้กับศัตรูมากมาย ที่จะทำให้เขาเติบโตเป็นโจรสลัดผู้แข็งแกร่ง

แม้ว่าหนังโรงของ วันพีซ จะมีมาถึง 14 ภาคแล้ว แต่ “The Movie” ที่ “Creator” เรื่องนี้อย่าง (Oda Eiichiro) ได้มีส่วนร่วมนั้นก็มีเพียง 5 ภาคเท่านั้น และนี่ก็ถือเป็นครั้ง 5 ที่อาจารย์โอดะได้มีส่วนที่ใช้ร่วมกันในการสร้างเดอะมูฟวี่ขึ้นมา

ONE-PIECE-FILM-RED

“One Piece Film Red” เล่าถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้ออกเดินมายังที่ “Elegia Island” เพื่อชมคอนเสิร์ตของ ‘Uta’ นักร้องสาวที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยที่ลูฟี่ยังเป็นเด็ก เธอเป็นลูกสาวของแชงค์ 1ใน4จักรพรรดิโจรสลัด ที่มอบหมวกฟางให้กับลูฟี่ โดยลูฟี่ได้พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบน “Elegia Island” มีแต่เรื่องที่ไม่ชอบมาพากล พร้อมกันนั้นในเกาะยังมีโจรสลัดกับทหารเรืออีกมากมายที่พร้อมจะสู้กันได้ทุกเวลา ทุกคนมาที่เกาะนี้ทำไม และความลับที่อุตะเก็บซ่อนไว้คืออะไรแน่ ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ “One Piece Film Red”

ONE-PIECE-FILM-RED

ต้องบอกเลยว่าในบรรดา 5 ภาคที่ (lecturer Oda) มีส่วนร่วมในการสร้างนั้น วันพีซ ฟิล์ม เรด นับว่าเป็นภาคที่มีเนื้อหาแตกต่างที่สุด เพราะตามปกติแล้ว เนื้อหาในเดอะมูฟวี่ของ วันพีซ มักจะเป็นอนิเมะแอ็กชันผจญภัยที่ผสมไปด้วยประวัติศาสตร์กับปมปริศนา แต่ทว่า ฟิล์ม เรด กลับพยายามจะเน้นไปในทิศทางดราม่าและมิวสิคัลซะมากกว่า โดยในส่วนของฉากแอ็กชันก็จะถูกทดแทนด้วยพาร์ตดราม่าและมิวสิคัลของนักร้องอย่างอุตะแทน

ONE-PIECE-FILM-RED

ในด้านงานเพลงของ “Character Uta” ถือว่าเป็นการทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ทีมงาน “one piece” ได้เชิญนักร้องอย่าง ADO มาร้องให้หนังเรื่องนี้เลยทีเดียว ซึ่งแต่ละเพลงก็ทำอย่างตั้งใจแต่งมาเพื่อ “One Piece Film Red” โดยเฉพาะ และได้ทำเพลงมาให้ฟังกันถึง 8 (single) เรียกว่าได้ฟังเพลงกันอย่างจุใจแน่นอน

แต่ทว่าการที่หนังมีเพลง ก็นับว่าเป็นข้อบกพร่องเหมือนกัน เพราะหนังต้องการโปรโมตซิงเกิลเหล่านี้ลงไปด้วย ฉะนั้นในบทจึงต้องหาช่องว่างเพื่อยัดซีนร้องเพลงเข้ามาให้ครบ ซึ่งหลายเพลงมันก็มาในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง ทำให้อารมณ์ของหนังดรอปลง ส่งผลให้หนังน่าเบื่อในบางครั้ง

ONE-PIECE-FILM-RED

ทางเนื้อเรื่องนั้น ภาคนี้ก็ได้ยกเอาข้อดีของ “The Movie” ภาคที่แล้วอย่าง สแตมปีด มาใช้ นั่นคือการให้ตัวละครเก่า ถูกโยนเข้ามาในสถานการณ์ที่ไม่ควรจะเจอกัน จากนั้นเราก็จะได้เห็นตัวละครเหล่านั้นออกมาแท็กทีมต่อสู้ ซึ่งเป็นแฟนเซอร์วิสที่ไม่ค่อยได้เผยออกมาในเนื้อเรื่องหลักกันเท่าไหร่ ทว่า ฟิล์ม เรด จะหยิบข้อดีนั้นมาใช้ มันก็เป็นได้แค่การทำซ้ำเนื้อหาเดิมแต่เปลี่ยนตัวละครเท่านั้น แถมหนังยังใช้ประโยชน์ข้อนี้ได้ไม่คุ้มนัก เพราะด้วยการที่ต้องแบ่งแอร์ไทม์ให้ “Uta” ทำให้หนังเกลี่ยบทตัวละครออกมาได้ไม่ดีเอาซะเลย

ONE-PIECE-FILM-RED

แม้หนังจะเต็มไปด้วยบทเพลง แถมลำดับเนื้อหาได้ไม่ดีจนทำให้ครึ่งแรกนั้นน่าเบื่อเอามาก ๆ แต่หนังก็มาแก้ตัวได้ในช่วงองค์สุดท้ายของเนื้อหา ซึ่งเป็นฉากแอ็กชันที่ระดมตัวละครมากมายออกมาต่อสู้กับบอสในภาคนี้ แถมหนังยังมี(Easter Egg) ที่ทำให้เราคิดถึงฉากในอดีตของภาคหลักไว้ตลอด ซึ่งฉากแอ็กชันตอนท้ายเรื่องก็เป็นสิ่งที่แฟน ๆ ONE PIECE เห็นแล้วต้องตกใจในความกล้าเล่นใหญ่ของทีมงานแอนิเมชันอย่างแน่นอนที่

ONE-PIECE-FILM-RED

อีกอย่างที่เห็นได้จัดและช่วยยกอันดับให้ภาคนี้ดีงามขึ้นมาคือตัวละครอย่าง สี่จักรพรรดิโจรสลัดแชงค์ ซึ่งภาคนี้ก็ทำให้เราได้รู้จักตัวตนเขามากขึ้น แถมการปรากฏตัวของเขาในภาคนี้ก็เท่เอามาก ๆ แข็งแกร่งและเหมาะสมกับการเป็นสี่จักรพรรดิอย่างไร้ข้อกังขา ถ้าใครหวังจะเห็นแชงค์ออกมาบู๊เป็นขวัญตา ภาคนี้ถือว่าตอบโจทย์อย่างเต็มอิ่มเลยล่ะ

โดยรวมแล้ว ONE PIECE FILM: RED คือมูฟวี่ที่มีรสชาติ (Exotic) ซึ่งอุดมไปด้วยเพลงเพราะ ๆ ที่ชวนฟัง ถึงครึ่งแรกจะดำเนินเรื่องได้ไม่ดี แต่ก็พลิกกลับมาด้วยแฟนเซอร์วิสในช่วงท้าย แม้บทสรุปจะเล่นง่ายจนแอบผิดหวัง แต่ก็เป็นอีกมูฟวี่ที่บอกเลยว่าครึ่งหลัง ‘โคตรอลังการ’