Day Shift งานต้องล่า

16 August 2022
Day Shift งานต้องล่า

หนังแอคชั่นล่าแวมไพร์เรื่องล่าสุดของสตรีมมิ่งเจ้าดัง  “Day Shift งานต้องล่า” ที่เป็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ มาพร้อมกับพล็อตเรื่องเดิม ๆ ที่หยิบเอาสูตรสำเร็จมาใส่เอาไว้แบบที่ยังไงก็ดูได้สนุกและบันเทิง เพียงแต่ว่ามันจะซื้อใจคนดูได้ขนาดไหนกัน

รีวิวหนัง Day Shift งานต้องล่า

Day Shift เป็นเรื่องราวของ บั๊ด คุณพ่อชนชั้นแรงงานที่ทำงานหนักเพื่อหวังให้ลูกสาวมีชีวิตที่ดีขึ้น เค้าใช้งานทำความสะอาดสระว่ายน้ำในซานเฟอร์นานโดแวลลีย์เป็นฉากบังหน้า เพราะแหล่งรายได้ที่แท้จริงของเขามาจากการล่าและฆ่าแวมไพร์ให้กับสหภาพนักล่าแวมไพร์นานาชาติ และมีเวลาแค่กะกลางวันเท่านั้นที่เขาจะมีโอกาสได้ออกล่าและรับงานนี้

รีวิวหนัง Day Shift งานต้องล่า

นี่คือผลงานการกำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของ “เจ.เจ. เพอร์รี่” สตั้นท์แมนผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมากว่า 3 ทศวรรษ แน่นอนงานชิ้นแรกของเขาก็จัดได้ว่าน่าพอใจในและทำออกมาได้ดี เขาได้หยิบเอาประสบการณ์งานสตั้นท์มาอย่างยาวนานมาประกอบร่างกลายออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงต้องยกให้งานออกแบบฉากแอคชั่นต่าง ๆ ในหนัง คงจะต้องบอกว่าเลยว่า…เขาดีไซน์ออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว

สิ่งที่เด่นที่สุดของ Day Shift คือฉากแอคชั่นต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ได้ใส่เข้ามาเยอะจนเอียน แต่ก็ผสมออกมาได้ดี มีทั้งฉากสตั้นท์ไล่ล่าแวมไพร์ ที่ออกแบบลีลาท่าทางของแวมไพร์ได้ดีเกินบรรยายมาก ๆ อีกทั้งยังมีฉากไล่ล่าโดยการซื่งรถทั่วเมืองที่เหมือนจะหยิบสูตรแบบเดียวกับที่ใช้ในหนังตระกูลฟาสต์อะไรทำนองนั้น แม้จะเป็นองค์ประกอบที่หนังทำได้ดี แต่ก็ดูเหมือนว่าหนังจะมีส่วนดีก็เพียงแค่นั้น

รีวิวหนัง Day Shift งานต้องล่า

น่าเสียดายที่ Day Shift ก็ยังมาพร้อมกับสูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ เหมือนซื้อของสำเร็จมาจับวาง ๆ ตั้งแต่ต้นเรื่องไปถึงปลายทาง บทหนังยังค่อนข้างธรรมดา ตัวหนังยังไม่ค่อยสร้างแรงดึงดูดใจให้เกาะจอรอดูอะไรขนาดนั้น เป็นหนังแอคชั่นที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ ก็เป็นจังหวะที่ก็พอดูได้สนุกและยังบันเทิงได้ดีอยู่ แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกน่าจดจำอะไรได้เลย เมื่อดูจบ..ก็คือผ่านเลยไป

แน่นอนว่า Day Shift อาจจะรอดตายหวุดหวิดเพราะแคสติ้งนักแสดงโดยแท้ “เจมี่ ฟ็อกซ์” ก็คือตัวเอกของหนังเรื่องนี้แบบนัมเบอร์วัน นี่คือหนังของเขา แต่บทและคาแรกเตอร์ของเขาก็แทบจะไม่มีอะไรใหม่เลย ก็เป็นคนสู้ชีวิตแต่สู้ชีวิตกลับอะไรทำนองนั้น แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของเขา ก็สามารถขับเคลื่อนหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อยู่หมัด เช่นเดียวกับ “สนูปด็อก” ที่มาน้อยแต่โดดเด่น ออกมาแต่ละซีน..เรียกเสียงฮือฮาาได้ไม่น้อย

รีวิวหนัง Day Shift งานต้องล่า

“เดฟ ฟรังโก” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวขโมย เพียงแต่ว่าน่าเสียดายที่หนังไม่สามารถขุดศักยภาพของเขาออกมาให้เฉิดฉายได้กว่านี้ ทั้งที่เขาคือนักแสดงที่เต็มไปด้วยความสามารถ แต่ในเรื่องนี้เขาก็ใส่มาเต็ม เพียงแต่ยังไม่โดดเด่นเท่าไหร่ ขณะที่บทบาทตัวละครอื่น ๆ ที่ร่วมสมทบเข้ามานั้น ก็แทบจะถูกกลืนไปกับบทหนังที่แสนจะเรียบง่าย และไม่ได้มีอะไรพิเศษขึ้นมาได้เลย

เอาเป็นว่าโดยสรุปแล้ว Day Shift ก็มาในลูกเล่นและลูกไม้แบบเดิม ๆ เหมือนหยิบเอาสูตรสำเร็จของหนังแวมไพร์หรือหนังซอมบี้มาผสมและปรุงแต่งใหม่ ที่แน่นอนว่ามันสร้างอรรถรสและรสชาติที่สนุกดี แต่ไร้ความแปลกใหม่ที่ทำให้รู้สึกว้าวอะไรเท่าไหร่ จุดดีของหนังก็น่าจะเป็นการดีไซน์ท่วงท่าสตั้นท์ที่ทำออกมาสมกับประสบการณ์ของผู้กำกับ ทีมนักแสดงก็ถือว่าช่วยกันแบกหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้เยอะ เพียงแต่เมื่อดูจบ..หนังกลับยังไม่ได้สร้างความน่าจดจำอะไรให้ได้สักเท่าไหร่นัก

รีวิวหนัง Day Shift งานต้องล่า